2007/Mar/05

โอย..วันนี้นั่งง่วงอยู่ที่ทำงานมันทั้งวัน(ชาวบ้านได้หยุด ทำไมบ.ฉันไม่หยุดฟระ)เมื่อคืนนอนดึก+นอนไม่ค่อยหลับ ว่าจะนอนต่อตอนเช้าบนรถ น้องบ้าดันทะเลาะโวยวายไรกับใครก็ไม่รู้ หนวกหูมากๆๆๆหลับๆตื่นไม่ได้หลับสนิท -*- ช่วงเช้าถึงเที่ยงทำงานแทบไม่รู้เรื่อง ขนาดไปล้างหน้าเป็นสิบๆรอบ

ตอนบ่ายค่อยดีขึ้นหน่อยซัดกาแฟไป ความซวยเริ่มมาเยือนอีกครั้งตอนจะเลิกงาน ข้อมูล report ที่ควรจะต้องส่งมันดันไม่ยอมส่งมาติดต่อใครก็ไม่ได้ รุ่นพี่โวยวายใหญ่ เพราะต้องส่งผู้ใหญ่ด้วย โทรถามคนนู้นนี้วุ่นไปหมด ตอนกำลังวุ่นๆก็มีสายเข้า ไม่มีชื่อสงสัยไมจังโทรมามั้ง ทำไมมาถึงเร็วนักไหนบอกถึง 2ทุ่มครึ่ง เลยรับคุยๆ อ้าว...จองอุนนูนะ=0= งงอยู่สักพัก รุ่นพี่ก็มาโวย เราก็เลยบอกจองอุนว่าอีก5นาทีค่อยโทรมาใหม่นะเคอะ แล้วก็วางไปแบบงงๆ กลับไปวุ่นต่อ 5นาทีผ่านไปจองอุนก็โทรมาใหม่ เอ่อ... อีก5นาทีได้ป่าวเคอะ เค้าเลยบอกให้เราโทรกลับแทน ที่โรงแรมที่เค้าพักอยู่ เอ้อ ไมไม่นึกให้ออกแต่แรกว่า(บ่นตัวเอง) ลงท้ายก็ใส่ N/A ลง reportเพราะจนปัญญาหาข้อมูล กลับบ้านกันไปหมดแล้ว- -" (ท่าทางพรุ่งนี้จะโดนไม่ใช่น้อย) เฮ้อ... ช่างเหอะโทรหาจองอุนดีกว่า โทรไปถึงก็ถามเราว่าว่างมั้ย ก็ว่าเลิกงานพอดี เค้าก็บอกดีเลย ไปทานข้าวกัน เรา....ยังงงอยู่ทำไมจองอุนมาอยู่ไทยได้ แล้วก็นึกออก2-3วันก่อน เจอเค้าใน msn โดยบังเอิญ เห็นเค้าว่าจะผ่านมาไทย นึกว่าพูดเล่นซะอีก (จองอุนเป็นแอร์ของดูไบแอร์ไลน์ หรือสักสายการบินแถวๆนั้น) ว่าแล้วก็ไปรับเค้าที่สีลม

จะว่าไปสีลมก็ไม่เคยเดิน ไม่รู้จะไปไหนดี ลงท้ายเลยลากขึ้นรถไฟฟ้าพาไปสยามแทน - -" พาไปกินก๋วยเตี๋ยวเค้าก็บอกชามเล็กจังไม่อิ่มเลย เราก็ฮาบอกแถวนี้ของแพง(เราอิ่มแล้วนะ TT)แล้วก็พาเค้าไปร้านส้มตำเดินไปตำนัว โหทุ่มครึ่งและทำไมยังมีคนรอหน้าร้านฟระ - - เดินเลยไปกระต๊ากก็ได้ร้านส้มตำเหมือนกัน สั่งตำไทยไม่เผ็ดให้ ดูเหมือนเค้าจะชอบ โล่งอกกำลังกลัวอยู่ว่าจะกินเป็นแต่กิมจิ แน่นอนจองอุนขอเบียร์ด้วย เป็นนักดื่มตัวยงจริงๆ สาวเกาหลีนี่ดื่มเก่งหมด (เท่าที่รู้จักนะ - -) เพราะไม่ได้เจอกันมาเป็นปีๆ เลยคุยไร้สาระกันใหญ่ โดนบ่นเรื่องไม่ยอมตอบเมล (T^T ลืมอ่ะ ขอโทษกั๊บ) เค้าไปเป็นแอร์อยู่โน่นก็มีความสุขดี แต่ท่าทางเหนื่อยน่าดู พรุ่งนี้11โมงก็บินไปฮ่องกงต่อและ แล้วกลับมาไทย แล้วค่อยเตรียมบินกลับดูไบ - -" รู้สึกน่าสงสารไงก็ไม่รู้

สัก3ทุ่มเค้าก็บอกเหนื่อยและ เลยพากลับโรงแรม จากกันคราวนี้คงไม่ได้เจอกันอีกนาน แต่ร่ำลากันอย่างกะจะเจอกันอีกทีพรุ่งนี้ เหอๆแล้วเราก็กลับบ้านด้วยความเหนื่อยล้า

ดีใจมากเลยนะ ที่ได้เจอพี่สาวที่ช่วยดูแลเรามาตลอดหลายเดือนตอนอยู่ nz ไม่มีเค้าเราคงลำบากแย่เลย แอบหวังว่าจะได้เจอกันอีกสักทีก่อนเค้ากลับ เค้าว่าจะโทรมาหาก่อนกลับ แต่เราคงไม่ว่างไปส่ง T^T เอ้อ... จะว่าไปแล้วไมที่บอกว่าจะโทรมาก็ไม่ได้โทรมา ท่าทางจะเหนื่อยจากการเดินทาง ถึงโรงแรมคงนอนเลยมั้ง (เดาเองทั้งนั้น บางทีอาจจะโกรธเรื่องไม่ตอบเมลเลยไม่โทรมาก็ได้ นิสัยเสียที่แก้ไม่หาย T^T) หวังว่าพรุ่งนี้จะโทรมานะเคอะ ไมจัง

ปล. to ท่านน้องนายน์ ถ้าเผื่อผ่านมาอ่าน(คงเป็นไปไม่ได้ - -") ตอบเมลท่านพี่ด้วย

2007/Feb/20

วันจันทร์ได้หยุดตรุษจีน อา...ช่างเป็นวันหยุดที่เหมือนฝันจริงๆ T^T แต่ก็ตื่นล่อไปเกือบ11โมง ตื่นมาแบบงงๆ เออว่ะ วันนี้มีนัดว่าจะออกไปดูหนัง เหมือนจะนัดไว้เที่ยง - -" ก็เลยรีบอาบน้ำแต่งตัว ซัดขนมปัง1ก้อน(อาหารเช้า) แล้วก็ออกจากบ้านไป

วันนี้โชคดีสาย79มาเร็ว โล่งด้วยนั่งสบาย ^ ^ พอรถไปติดที่ไฟแดง อยู่ๆกระเป๋ารถก็พูดสวัสดีคนในรถ แล้วก็เล่าคติประจำวัน เราก็อะไรหว่า(ในใจ) แล้วกระเป๋ารถก็ร้องเพลง หรืออ่านกลอน หรือขับเสภา...ไม่รู้แฮะ เรียกไม่ถูก เสียงเค้าก็ดีเหมือนกันนะ ฮา พอไฟเขียวรถแล่น เค้าก็หยุด เราก็ว่าคงจบแล้ว เปล่าเลยพอเก็บค่าโดยสารเสร็จเค้าก็เริ่มเล่าเรื่องภัยสังคมต่อ เรื่องแจกซิมมือถือ เรื่องทำบุญปล่อยปลา ฯลฯ สลับกับร้องเพลงของเค้า มีเพลงรถเมล์ด้วย คงแต่งเองมั้ง จนมาถึงป้ายสยามคนลงเยอะ เค้าก็บอกขอบคุณผู้โดยสารทุกท่าน ก่อนลงผู้โดยสารหลายคนก็ทักทายเค้าด้วยนะ เราด้วย คงชอบใจเหมือนกับเรา ^ ^

มาถึงเที่ยงหน่อยๆพอดี ตาจาก็โทรมาตาม เราก็ว่าถึงพอดี มิ้งมานั่งรออยู่แล้ว(เพิ่งรู้ว่ามาด้วย ไม่เห็นจาบอก - -") แล้วก็ตามคาดไตรมันยังไม่ตื่น เข้านอนพอๆกันแท้ๆ เหอๆ เลยบอกจาว่าจะไปตัดผมรอนะ ช่างก็ชวนทำบัตรตัดผมหรือสมาชิกไรสักอย่างใหญ่เลย แต่ก็ไม่ค่อยจะได้ตัดหรอกผมเนี่ยเลยบอกปฎิเสธไป ตัดเสร็จก็บ่ายกว่าและ ไปหาจากับมิ้งแล้วก็ไปซื้อตัวหนัง ข้าวเที่ยงไว้ดูจบค่อยกิน "Nada Sou Sou" คือหนังที่ว่าจะไปดูกัน ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจ แต่จาบอกพี่น้องรักกัน เห...แนวโปรด ไปก็ได้ 55+ นางเอกน่ารัก พระเอกก็หล่อดี เนื้อเรื่องก็สนุกนะ + เศร้าๆ แต่แอบเดาเนื้อเรื่องออกเลยไม่เศร้ามาก(ไม่เสียน้ำตา หุ)เรื่องราวความรักของพี่น้องต่างพ่อต่างแม่ โซตะและคาโอรุ ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันและมีความรักให้ต่อกัน แต่จบลงที่การตายจากไปของโซตะ (รีวิวไม่เป็น -3-) เรื่องนี้แอบให้คะแนนสงสารเคจังนิดๆแต่ไม่มาก เพราะคาโอรุน่ารักกว่า XDถึงตอนแรกจะรำคาญเสียง"nii nii" อยู่พอควรก็เหอะ - -" ก็แหมมันหนวกหูไม่ใช่เล่นนี่ส่วนตาจากับมิ้งก็แอบซุบซิบๆ นินทาตัวละครในหนังเป็นพักๆ -*- (น่าฆ่าทึ้งซะทั้งคู่จริงๆ)

ออกจากโรงก็ไปกินข้าวเที่ยงกัน? (16.30น.) เข้าร้านไรไปก็ไม่รู้ จำไม่ได้และ อาหารก็ไม่เลวหรอกสั่งราดหน้าน้ำมันหอย (เค็มมาก)กินเสร็จไม่มีอะไรทำกันและ ก็กลับบ้านจากับมิ้งอุตส่าห์ใจดีเดินไปส่งป้ายแล้วก็ขึ้นสาย79กลับเหมือนเดิม รอไม่นานด้วย(อันนี้ดีใจมาก)คราวนี้กระเป๋ารถเป็นผู้หญิงไม่ได้เล่าเรื่องแบบที่เจอตอนเช้าแฮะ แต่ช่างเถอะ นั่งไปสักพักก็หลับยาวเลย หลับสนิทมาก มากจนเกือบเลยป้าย- -" เหอๆๆ แต่ก็แปลกดีนะ ตอนที่ตื่นขึ้นมาคนนั่งข้างๆกับข้างหน้าก็หลับอยู่เหมือนกันหมดเลย ฮา

แล้วก็ใช้วันหยุด1วันไปอย่างคุ้มค่า(เหรอวะ) เอาน่าแค่ดูหนังซึ้งๆ1เรื่องก็คุ้มและ ><



มาซามิน่าร้ากกกกที่สุด ><


edit @ 2007/02/20 21:47:33

2006/Aug/21

บริจาคเลือดที่ว่านี่ไม่ใช่ไปนอนกลางสนามหญ้าแล้วบริจาคให้ยุงนะ -*- แบบว่าพอดีวันนี้ที่บริษัทมีสภากาชาดมารับบริจาคเลือด เราก็เห็นว่าเป็นโอกาสอันดีในการอู้งาน....เอ้ย ไม่ใช่อย่างง้าน เผอิญว่าไม่เคยบริจาคมาก่อน พอรุ่นพี่ชวนปุ๊บเราก็เลยตกลงไป

พอขึ้นไปถึงชั้นที่รับบริจาค ก็กรอกๆเอกสารไป เค้าบอกว่าต้องหนักกว่า50กก. ถึงจะบริจาคได้ รุ่นพี่เราเค้าบริจาคมา20กว่าครั้งแล้ว ครั้งนี้เค้าก็คิดว่าบริจาคได้ แม้จะหนักไม่ถึง 50 แต่จนท.เค้าไม่ให้แฮะ รุ่นพี่หนักแค่ 49 พอเค้าบอกไม่ได้ รุ่นพี่ก็เลยบอกว่าความจริงก็ 50 กว่าๆแหละ แต่จนท.บอกว่าช้าไปแล้วครับ - -" เหอๆ เค้าก้เลยต้องมายืนรอเราแทน พอตอบคำถามจนท.เค้าจบ ก็ไปตรวจเลือดกับนางพยาบาล เค้าก็เอาเข็มจิ้มจึ้ก (เจ็บ T T) เสร็จแล้วก็ให้ไปนอนบนเตียง

นางพยาบาลอีกคนก็มาเอาสายนู่นนี่รัด แล้วก็ถามว่าครั้งแรกเหรอ เราก็อือๆ เค้าก็บอกว่าไม่ต้องเกร็งนะ ถึงจะว่างั้นแต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้มีอะไรซะหน่อย พอเห็นเข็มก็เริ่มอยากเป็นลม -*- แต่พอโดนจิ้มก็ไม่ได้เจ็บมากมายขนาดที่คิดซะหน่อยแฮะ แต่ตอนเที่ยงกินน้ำมาน้อยเลือดเลยไม่ค่อยออก นางพยาบาลเลยเอาน้ำมาป้อน หุๆ เค้าก็น่ารักดีนะ พอเลือดเต็มถุง (450ccมั้ง โคดนานอ่ะ) เค้าก็บอกว่าสั่นใหญ่เลย หนาวเหรอ - -" ก็ไม่หนาวนี่ แต่ก็สั่นจริงๆแฮะ (น่าอายมากกก) แล้วเค้าก็ตัดสาย แล้วก็เก็บถุงเลือดไป พอหันไปเป็นถุงเลือดก็เริ่มอยากเป็นลมรอบ 2 แล้วเค้าก็เก็บเลือดเราใส่หลอดแก้ว ก็เลยหันไปมอง ทำไมมันไหลเร็วงี้ฟะ = = รุ่นพี่เราก็เดินมาแล้วก็บอกว่ามือเย็นเฉียบเลย ยังไม่พอมีพี่ๆจากแผนกบุคคลเดินมา แล้วก็ทัก น้ำหนักถึงด้วยเหรอเนี่ย -*- เหออๆ แล้วก็เลยโดนล้อมซะงั้น นางพยาบาลก็บอกว่าปากซีดจังแล้วก็ปรับเตียงให้กลายเป็นนอนราบเลย แล้วเอาแอมโมเนียมาให้อีก แถมไม่ยอมให้ลุกอีกต่างหาก คนที่มาพร้อมกันเค้าลุกกันหมดและ (ลุกมาดูเรา -*-) นอนอยู่คนเดียวเลย อายโคดดด แต่เค้าไม่ให้ลุก กว่าจะได้ลุกก็ตอนที่มีคนกลุ่มใหม่มาบริจาคนั่นแหละ เหอๆ

พอลุกแล้วก็ไปหยิบน้ำหยิบหนมกิน นางพยาบาลก็อุตส่าห์ตะโกนมาอีกให้นั่งกิน - -" ก็นะ สรุปเลยได้อู้สมใจ ....เอ้ยได้บริจาคเลือดสมใจ 55+ แต่โคดน่าอับอาย พอลงมาถึงแผนก พี่อีกคนก็เล่าซะละเอียดยิบ แล้วก็โดนแซวทั้งบ่ายเลย T^T

ปล ไม่ได้อัพมาชาตินึง มาอัพแล้วรู้สึกแปลกๆแฮะ 55+